2005/Nov/20

ไปลอยกระทงมาแหละ(เล่าช้าไปมากกกกกกกก) ที่ระยองด้วยนะ เที่ยวแบบคุ้มค่าทุกค่าทุกนาที ดู ดีๆ ที่ระยอง.................................หิ

(=^o^=).......เช้าวันพุธที่ 16 ตื่นกันแต่(เกือบ)เช้ากว่าจะแซะตัวเองและไอ้นุ๊กออกมาจากที่นอนได้ ก็กินเวลาอยู่ และแล้วก็ออกเดินทาง ZzzzZZZzzzZZZzzzz (หลับตลอดทาง 555+) ตื่นมาอีกที...O_O นี่หรือคือระยอง..........นั่นไงเห็นสวนยางแล้ว เย้ๆๆๆๆ ตื่นตาตื่นใจมาก บรรยากาศรอบๆมองไป มีแต่ ต้นไม้ ต้นไม้ และต้นไม้..............เขี๊ยว........เขียว

บ่าย3โมงวันเดียวกัน มาถึงท่ารถ เพาะ(พ่อภาษาบ้านไอ้นุ๊กซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็นภาษาระยองหรือมันคิดเอาเอง)มารับ พอฉันกับไอ้นุ๊กมารอ เพาะก็ไปตรงอื่น พอมาที่นึง เพาะก็ไปอีกที่หนึ่ง(ที่คือตัวอย่างของการประสานงานที่(ไม่)ดีนะค๊า) กว่าจะมาเจอกันก็ หลายรอบอยู่บรื้น...............ด้วยฝีมือการขับรถของเพาะ 15 นาทีเราก็ถึงบ้านนุ๊กทั้งที่มันห่างจากท่ารถตั้ง 30 กิโล.............

บ๊าย....บ่าย วันเดียวนั้น มาถึงปุ๊ปก็ทำตัวเป็นปลาช่อน.........ไปลุยสวนกัน(สำหรับคนที่กินมังสาวิรัส ขอบอกว่านี่เป็นมุข "ปลาช่อนลุยสวน" ซึ่งเป็นอาหารประเภทหนึ่งหากินง่ายโดยทั่วไปทั้งนี้ทั้งนั้นไม่เกี่ยวกับ "น้องแนทลุยสวน" แต่อย่างใด) ไปเดินดูต้นมังคุด ต้นลองกอง ต้นทุเรียน และอีกหลายต้น ไปดูต้นจริงๆเพราะไม่ใช่หน้า ออกลูก ผลไม้นี่น่าจะเหมือนคนนะ "จะได้มีลูกได้ทุกหน้า" ^_^

เย็นวันนั้นแหละ ก็ได้เวลาอาหาร เรื่องปากท้องเป็นเรื่องใหญ่ ฉัน แมะ(แม่ในภาษาไอ้นุ๊กอีกแล้ว) และนุ๊กก็ขับรถมอไซค์ซิ่งกันออกไป หาวัตถุดิบในการทำอาหาร กุ้ง หอย ปู ปลา มากหน้าหลายตานอนรอให้เลือกซื้อ เดินไปเดินมา ก็ไปเจอ ลูกดำๆ ใหญ่ๆ นุ๊กบอกว่าคือชมพู่มะเหมี่ยว พอบอกแมะ แมะเลยซื้อมาหนึ่งโล ถ้าแมะสังเกตสีหน้าชั้นตอนชิมชักนิด ตอนแมะถามว่า"เอาได้ไหม" จะเห็นอย่างชัดเจนด้วยสายตามันฟ้องว่า "อย่าไปเอ๊า......" แน่ใจนะเนี่ยว่ามันไม่ใช่มะนาวย้อมสี

ป.ล.1 สักนิดก่อนไปไกล "เอาได้" ภาษาระยองหมายถึง อร่อย ดี ใช้ได้ นะจ๊ะ

ค่ำๆวันนั้นแหละน่ะกลับมาก็กินข้าวกันเสร็จก็เตรียมตัวไปลอยกระทง เพาะพาไปทัวร์รอบระยอง ขอบอกว่างานที่นี้จัดเยอะจริงไม่ติงนัง ที่ไหนมีน้ำ พอลอยได้จัดงานกันหมด รถเยอะมากๆ โดยเฉพาะมอไซค์ แถมไม่ใส่หมวก น่าเป็นห่วงสวัสดิภาพคนซ้อนท้าย ขับๆๆๆไปจนถึงหาดแม่พิม น้ำลดลงไปครึ่งหาดเดินไปบนทราย เท้าเปล่าเปลือย โฮ้ย......ทรายเนื้อนุ่ม เหมือนหมักนม เนื้อละเอียดสุดๆ น้ำก็ใส แต่น่าเสียดายที่ความมืดมันปกปิดความสวยงามไปหมดแล้ว มีโอกาสจะไปตอนแสงตะวันส่องอีกซักที แล้วก็แวะมาโรงเรียนบ้านกลางกร่ำ หรือกร่ำกลางนี่แหละ มาดู "รำวงโบราณ" แบบเป่านกหวีดเป็นรอบ วงนี้อายุคาดว่ามากกว่า 100 ปีขึ้นไป แต่ไม่ใช่อายุวงหรอกนะ อายุนางรำมากกว่า เป็นนางรำที่ต้องผ่านการมีบุตรมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 คนแน่นอน ฟันธง!!!! แต่เต้นได้เร้าอารมณ์มากๆ แทบอยากจะซื้อถังออกซิเจนไปมอบเป็นรางวัล........ถึงจะสูงวัยไปนิ๊ดแต่ก็น่าร้ากกกกกกกกกก

ดึกดื่นวันนั้นแหละน่ะจ๊ะ ก็กลับมาลอยกระทงที่วัดใน ใกล้ๆบ้าน น้ำในคลองใสมากๆ เพราะมันไหลมาจากภูเขา.......เขาชะเมา ที่เราจะเดินทางไปเยือนพรุ่งนี้.................

ป.ล.2 ขณะที่นั่งรถเราได้ฟังวิทยุกัน เป็นคลื่นท้องถิ่น ดีเจ ชื่อลุงเล็ก ลุกทุ่ง

ลุงเล็ก : สวัสดีมีคนขอเพลงกันเข้ามาก็มาก จะทยอยเปิดให้ก็แล้วกัน น่ะ ครั่บ

ผู้ฟัง : ลุงเล็ก......ขอเพลงไหนว่าไม่ลืมของแม่ผ่อง หน่อยครับ

ลุงเล้ก :ได้ครั่บ

.........................................ผ่านไปเกือบชั่วโมง.....................................

ผู้ฟัง(คนเดิม): ลุงเล็ก ไหนว่าไม่ลืม ล่ะ

ลุงเล็ก : อ้าว.........ผ้มลืม 555++++ (หัวเราะกลบเกลื่อน)

@_@ตื่นแต่เช้า......เพราะเพาะ (อย่า....อย่า...งง อ่านดีๆ)มาปลุกไอ้นุ๊กด้วยเสียงดัง ที่ฉันไม่ตื่นก็ให้รู้ไป ตื่นเช้าๆก็ดี สูดออกซิเจนจากต้นไม้แล้วสดชื่น เราทำกับข้าวกัน มีการพูดคุยกันตลอดการกิน ฉันแอบอิจฉาเพื่อนเล็กๆนะ ที่มีพ่อแม่น่ารักแบบนี้ แต่ฉันก็รู้สึกผิดขึ้นมาเมื่อคิดได้ว่า พ่อแม่เราเขาไม่น่ารักตรงไหนล่ะ ถึงแม้เขาจะพูดไม่เก่ง ไม่ค่อยแสดงออก แต่ท่านก็รักเราที่สุด นี่น่า.................. กินกันเสร็จ ก็ได้เวลาลุยสวนยางกันต่อ

ณ สวนยาง ห่างออกมาจากบ้าน หลายกิโล เพิ่งจะได้เข้ามาเดินในสวนยาง กันจริงๆ ไปดูเขาแคะขี้ยาง (ยางที่ผ่านการผสมกรดจนเป็นก้อน) สวนยางนี้ เมื่อก่อนเขาเคยปลุกสับปะรด มันเลยมีต้นอยู่ตามพื้น ฉันก็เลยไปเดินๆดึงต้นมันขึ้นมาดู ต้นแรก "ไม่มีลูก"ต้นที่สอง " ว้า.....มีแต่ดิน" ต้นที่สาม.......ต้นที่4......... จนไอ้นุ๊กมันสงสัยว่าชั้นเดินดึงต้นสับปะรดทำไม

นุ๊ก : อีปูมึงดึงต้นสับปะรกทามมัยเนี่ย เดี๋ยวมันก็ตายหมด

กู : ดูลูกมันไม่เห็นมีเลยว่ะ..........

นุ๊ก : 5555555555

กู : ????????

นุ๊ก : นี่มึงไม่รู้หรอ ว่าสับปะรดออกลูกข้างบนต้น สับปะรดนะโว้ยไม่ใช่มันแกว

กู : ^_^"

ก่อนมันจะปลอบใจว่า "อีควาย" แล้วเอาชั้นไปแฉกับแมะต่ออีกทอดหนึ่ง

แล้วเราสองสาวก็ไปเที่ยวเขาชะเมากันต่อ เข้าไปฟรีๆด้วยการอาศัยเส้นนิดหน่อย เป็นครั้งแรกที่ได้เดินขึ้นเขาจริงๆ พอเห็นต้นไม้ ใบหญ้าแปลกๆ ก็อยากจะถ่ายเก็บเอาไว้หมด ไอ้นุ๊กมันเลยชมในความสนใจของชั้นว่า "บ้านนอกแท้ๆนะมึงเนี่ย" เออ......แม่คนในเมือง

งานเลี้ยงต้องมีเลิกลา การขึ้นป่าก็ต้องมีเดินลง ถึงแม้เวลาที่ได้ไปเขาชะเมาจะน้อยไปหน่อยแต่มันก็สนุกมากๆ เห็นอย่างนี้แล้วมันทำให้รู้สึกว่า ต้นไม้ มันมีค่ามากแค่ไหน เมื่อมันอยู่รวมกันเป็น ป่า สักแห่ง

ขอได้รับความขอคุณจากครอบครัวดีการ

ป้านุช ที่ให้ยืมชื่อเข้าเขาชะเมา และ คนจำนวนหนึ่งที่ยังคงทำงานอนุรักษ์ธรรมชาติใว้ให้เราชื่นชม...............................สรุปการเดินทางไประยองคราวนั้ "เอาได้"

***** จบบริบูรณ์*****

นิดา รายงาน

ป.ล.3 พยายามเอารูปมาลง แต่ไฟล์มันใหญ่ไป ทำให้เล็กไม่เป็น สมองโตแต่กลวงอ่ะ ใคร ทำได้วานบอกทีน้า


edit @ 2005/11/21 15:59:14
edit @ 2005/11/21 15:59:42
edit @ 2005/11/21 16:10:13

2005/Nov/14

บางทีเราก้อรู้สึกดีนะเวลาที่อยู่คนเดียว
บางทีก้อรู้สึกเหงาแบบสุดๆเลยอะบอกม่ายถูก
แต่บางทีก้ออยากให้มีคนมาอยู่ใกล้ๆคอยดูแล
ช่วยเราแก้ปัญหาเวลาที่เราทำอะไรผิดพลาด
ก้อจะคอยช่วยเหลือเราให้กำลังใจเราไม่ซ้ำเติมเรา
แต่ในบางครั้งที่เราคนคนเค้าทะเลาะกัน
มันก้อกลับทำให้เราไม่อยากมีใคร
แปลกดีเหมือนกันเนอะ .............

ข้อความบางส่วนจากเมล์เพื่อนเวอร์ ช่วงนี้มันเป็นไรส่งแต่เมล์ "เหงา" "lonely" "คุณเป็นคนขี้เหงารึป่าว" อยากถามตามประสาเพื่อนว่า "เมิงเป็นไรมากป่ะเนี่ย?" ส่งมาซะมากมาย บ้างอันมีย้ำคิดย้ำทำส่งแล้วส่งอีก (เปลืองพื้นที่กรูไหม?) แต่ก็ขอบใจว่ะ ที่นึกถึง เพราะความเหงาเนี่ยมันก็ถือว่าเป็น "เรื่องของกู" ที่เมิงหรือใครๆก็อาจจะเคยเป็น.........จริงป่ะ?

แต่ปีนี้คงไม่เหงาเท่าไร เพราะมีหนุ่มที่ตาไม่บอด สติดี แต่มีรสนิยมแปลก มาชวนไปลอยกระทงด้วย ขอแถมอีกนิดแล้วจะติดใจใหญ่ เพราะงานนี้ไม่ได้มีเพียงหนึ่งน้าเนี่ย เหอๆๆๆๆ......."ส่งมาที่ฉาน.....ฉานรับไว้เองๆ"

แต่ไสเจีย เสียใจ(เก่ามั่กๆ) ด้วยนะจ๊ะหนุ่มๆเพราะปีนี้ ชั้นจะบิน บิน ปาย.............ระยองหิ!!!เนื่องจากทำหน้าเหมือนลิงอดกล้วยอยู่หลายวันหลังจากรู้ว่าไอ้นุ๊กมันจะกลับไปลอยกระทงที่บ้าน ความอิจฉามันพุ่งปรี๊ด จนระงับไม่ไหว ส่งผลให้น่าเหี่ยว รอบตาคล้ำ มันเลยสงสารจะพาไปด้วยกัน ปีนี้ เย้ๆๆๆๆๆๆ ปีนี้คงไม่ห่อเหี่ยวคนเดียวแล้ว(เพราะมีนังนุ๊กมันเหี่ยวด้วยอีกคน ซึ่งเท่านี้ดูจากกายภาพ มันคงเหี่ยวมานานแล้ว 555+) จริงๆก็อยากกลับบ้าน แต่ไม่อยากไปแปปเดี๋ยวให้เสียวแล้วเลี้ยวกลับ เลยไปเปลืองน้ำเปลืองไฟบ้านไอ้นุ๊กดีกว่า........เด็กฉลาดชาติเจริญ ไชโย

ไม่รุว่าเพื่อนๆคนอื่นๆมันจะไปเที่ยวไหนกัน ใครที่กำลังเหงาๆอย่าอยู่เฉยๆเพราะเทศกาลนี้เป็นของเรา ลองคิดดูมันเป็นงานกลางคืนชะมะ ผู้หญิงอย่างเราที่ดูงาม(หน้า)จะดูสวยท่ามกลางแสงจันทร์ ไฟสลัวๆ ทำให้พรางตาได้เป็นอย่างดี จากผีบ้านผีเรือน ก็กลายเป็นนางไม้ได้....................จริ๊งดิ

ป.ล.ถึง power jumpทุกนาง ใครไปเที่ยวที่ไหนอย่าลืมแต่งหน้าหนาๆนะโว้ย อย่าลืมเพราะนี่มันงานลอยกระทงไม่ช่าย "อัลโลวีน" 5555+

ร้ากทู้กคนเล้ย..........


edit @ 2005/11/14 17:05:40

2005/Nov/07

เฮ้ๆๆๆๆ.....และแล้วพี่หย่ายยยยยยยยยของเราก็ออกโรงนำเทรน ก้าวลงจากคานอย่างสง่างามได้ซะที เหลือก้แต่พี่รอง แล้วก็น้องเล็กอย่างชั้น(ที่ดูถ้าว่ายากที่สุด)

..............................แต่ความแน่นอนก็คือความไม่แน่นอนช่วงนี้รู้สึกว่าชั้นจะพอขายทอดตลาดได้ สงสัยความต้องการทางตลาด(มืด)จะเปลี่ยนแนวโน้มไป ชั้นเลยเริ่มมีอาการ..........ขายออกO_O

----------->>>>ใครๆเข้าก็ว่าความรักเหมือนผีเสื้อยิ่งไล่ตาม ยิ่งไกลห่าง แต่ชั้นว่าผู้ชายเหมือนแมลงสาบยิ่งหนี ยิ่งมาเยอะ แล้วอย่างนี้ชั้นจะรู้ได้ไงอ่ะว่า ใครใช่หรือไม่ใคร ใครกันที่

******"ถูกต้องนะคร้าบ"*******

เพื่อนสนิทของชั้นบางคนเลยบอกไว้ว่าชั้นเหมือนป่าดงดิบ(สงสัยดูรกๆสกปรกๆมั้ง) แต่มันอธิบายไว้ประมาณว่าชั้นมันเข้าใจยากอ่ะ ดูเหมือนจะเข้าไปง่าย แต่พอเข้าไปแล้วก็งงๆ เดาทิศทางไม่ถูก แต่ชั้นว่านะชั้นเองก็เป็น แบบนี้แหละ แบบที่ชั้นเองก็ยังไม่เข้าใจ ตัวเองว่าชั้นเป็นคนยังไงเหมือนกัน

วันนี้ชั้นได้รู้จักมนุษย์(ผู้ชาย)เพิ่มคนที่มีเจตนารมณ์ชัดเจน ว่าจะมาเป็นแฟนคนจน กับชั้น ตกใจเหมือนกัน ไม่ค่อยเจอใครพูดตรงๆแบบนี้แล้วชั้นก็ไม่เคยเจอมันเลย...........จนวันนี้.............

จะยังไงอ่ะ ก็แค่วันเดียว ใครๆก็ว่าความรักเหมือนหนังสือ ไม่เปิดอ่านเราก็ไม่รู้ว่าเขาเป็นไง แต่หนังสือมันสามารถอ่านจบได้ในวันเดียว แต่คนนี่ทั้งชีวิตบางทีเราก็อ่านไม่ออกนะมันต้องใช้เวลา..................แล้วนานแค่ไหนล่ะ?

................................................................................... เราน่าจะมีเครื่องตรวจจับคู่แท้ไว้ขายเนอะ เอาคล้องคอไว้เวลาเดินผ่านคู้แท้แล้วร้องได้ว่า "นั่นไงผัวเมิง" 5555+ จะได้ไม่ต้องมานั่งปวดใจ เวลาที่เราเลือกคนผิด

--------------------------------------------- คนแถวบ้านชอบบอกว่าอกหักดีกว่ารักบ่เป็น แม่นบ่? แต่อกหักบ่อยๆก็ไม่ดีนะ แต่ถึงชั้นจะยังไม่เคยอกหักแต่ก็ไม่อยากหรอกนะ สาวสวยอกหักร้องไห้ฟูมฟายคงดูไม่งาม เพราะตอนนี้ชั้นดูงาม(หน้า)พออยู่แระ ฮี่ๆๆๆๆ

++++++++++++++++++++++++++ในบางทีชั้นเองก็มักจะทำตัวเป็น ศิราณี+ลุงหนวด ตอบปัญหารักร้าง คู่เคียง ให้เพื่อนอยู่บ่อยๆ ทฤษฎีแน่น แต่ปฎิบัติไม่เอาไหนซะเลย "ปากดีเหลือเกินนะเรา" หุหุ

บางทีก็แอบสงสัยว่าคนพวกนี้เขาทำไมรู้ลึกรู้ดีกันจริง เหมือนเคยผ่านการมีแฟนมามาก

มายหลายรูปแบบ หรือของอย่างนี้ต้องฝึกกันตั้งแต่เด็กๆ ถึงจะเซียน แต่อย่างชั้นคงเป็น

เพราะชั้นอ่านหนังสือมากมั้ง โลกกลมๆเบี้ยวๆใบนี้เลยดูมีทางออก(สำหรับ)คนอื่นไปซะ

หมด ทุกเรื่องของคนอื่นเป็นเรื่องเล็ก แต่เรื่องของชั้นมันหย่ายยยยยยย แค่การจะตัดสินใจ

คบใครสักคนในฐานะพิเศษ+ไข่ดาว ยังทำจายยาก...........เฮ้อ................ผู้หญิงไม่กล้า

****คอยบอกตัวเองว่าต้องมีสักวันแหละที่ชั้นจะเปิดรับใครสักคนเข้ามาในอ้อมอกอ้อมใจมิตรรักแฟนเพลงของพี่เป้าสายัญ (ปายกานหย่าย) ก็หวังว่า..........แค่ใครสักคน****

นิดา


edit @ 2005/11/07 01:00:58
edit @ 2005/11/07 01:03:13
edit @ 2005/11/07 01:05:00